นายปรีชา  อรรถวิภัชน์
ประธานคณะกรรมการบริษัท

สารจากประธานกรรมการบริษัท

เรียน ท่านผู้มีส่วนร่วมในความสำเร็จทุกท่าน

ในรอบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจน้อยกว่าปีก่อนหน้า กอปรกับ ปี 2563 ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ้อย มีผลผลิตส่งเข้าโรงงานลดลงเป็นจำนวนมากประมาณ 56.08 ล้านตันอ้อย จากปริมาณอ้อยส่งโรงงาน ในฤดูกาลผลิตน้ำตาลทราย 2561/62 จำนวน 130.97 ล้านตันอ้อย เป็น ปริมาณอ้อยส่งโรงงาน ในฤดูกาลผลิตน้ำตาลทรายปี 2562/63 จำนวน 74.89 ล้านตันอ้อย แต่จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านวิสัยทัศน์และพันธกิจ รวมถึงการสร้างพันธมิตรทางการค้ามากมาย อีกทั้ง การปรับปรุง พัฒนา มาตรฐานการให้บริการด้าน โลจิสติกส์ อย่างต่อเนื่องในระดับสากล ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและสภาพคล่อง รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ได้

โดยภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2563 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 132.72 ล้านบาท และ บริษัทฯ ประกาศจ่ายปันผลในอัตรา 0.175 ต่อหุ้น แม้ว่าจะมีผลกระทบจากภายนอกมากมาย แต่กลุ่มบริษัทฯ ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรสุทธิและความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงยังรักษาความสามารถในการการจ่ายเงินปันผลไว้ได้ จึงเป็นการยืนยันว่ากลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ในนามของประธานกรรมการ ผมขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากผู้ถือหุ้น นักลงทุน สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าตลอดจนผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยดำเนินธุรกิจด้วยความเสียสละ ทุ่มเท อดทนและซื่อสัตย์ส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่าจะดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตระหนักถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึง มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน

นายประภาส ชุติมาวรพันธ์
ประธานกรรมการบริหาร

สารจากประธานกรรมการบริหาร

เรียน ท่านผู้มีส่วนร่วมในความสำเร็จทุกท่าน

แม้ว่าในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่จากการที่ปี 2562 บริษัทฯ ได้ลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และลงทุนทางด้านเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ และรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึง การเพิ่มมาตรฐานการบริการและการผลิต ทั้งในส่วนของท่าเรือ คลังสินค้า และโรงงานในเครือ โดยปี 2563 บริษัท ทีเอส อุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด (บริษัทในเครือ) ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน BRC ISO 22000 และ FSSC 22000 ด้วยแล้วนั้น ส่งผลให้ บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ รักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะ “ผู้นำในด้านการให้บริการด้านโลจิสติกส์ และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร”

ทั้งนี้ ด้วยการที่คณะผู้บริหารและพนักงานทุกระดับปฏิบัติตาม วิสัยทัศน์และ พันธกิจ รวมถึงการดำเนินงานด้วยค่านิยมหลักขององค์กรอย่างเคร่งครัด ได้แก่ มีวินัยการทำงาน มีความซื่อสัตย์ มีใจรักบริการ และมีความสามารถ กอปรกับ การดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง จะเป็นแนวทางเพื่อสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องต่อไป

บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ มุ่งมั่นที่พร้อมจะประกอบธุรกิจด้วยความดูแลใส่ใจต่อผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ตลอดจนมีธรรมภิบาลเป็นเครื่องกำกับให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และยุติธรรม ในขณะเดียวกันก็มีความตระหนักถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

 


นายสุวัฒน์ สัมมาชีพวิศวกุล
ประธานกรรมการตรวจสอบ

รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ ได้รับการแต่งตั้งจากมติคณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการอิสระของบริษัทฯ จำนวน 3 ท่าน โดยมี 1.นายสุวัฒน์ สัมมาชีพวิศวกุล ประธานกรรมการตรวจสอบ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางด้านบัญชี 2.นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ กรรมการตรวจสอบ และ 3.นางกรศิริ พิณรัตน์ เป็นกรรมการตรวจสอบ

ในปี 2563 คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประชุมรวม 4 ครั้ง และกรรมการ ทุกท่านเข้าร่วมการประชุมครบทุกครั้ง การเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่าน ได้รายงานไว้ในรายงานประจำปี 2563 และได้ดำเนินการต่างๆ สรุปได้ดังนี้

1. ทบทวนรายงานทางการเงินทั้งรายไตรมาสและประจำปีของบริษัทและงบการเงินรวมของบริษัทย่อย โดยพิจารณาข้อมูลทางบัญชีการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงินดังกล่าว โดยประชุมพิจารณาร่วมกับผู้บริหารในสายงานบัญชีของบริษัทและบริษัท สำนักงาน เอ เอ็ม ซี จำกัด ผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการรายงานข้อสังเกตจากการสอบทานและตรวจสอบ ทั้งนี้ในระหว่างการสอบทานและตรวจสอบของผู้สอบบัญชีไม่พบการทุจริตหรือการฝ่าฝืนกฎหมายของบริษัทและบริษัทย่อย

2. เข้าร่วมประชุมกับบริษัท ตรวจสอบภายในธรรมนิติ จำกัด ผู้ตรวจสอบภายใน เพื่อประเมินประสิทธิผล และความพอเพียงของระบบการควบคุมภายในของหน่วยงานต่างๆ ประเด็นสำคัญที่ตรวจพบตลอดจนติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่ตรวจพบตลอดจนแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งนำเสนอโดย ผู้ตรวจสอบภายใน โดยเน้นความเป็นอิสระของทั้ง ผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีภายนอก

3. พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานตรวจสอบภายในประจำปี 2563 โดยเน้นหนักในเรื่องที่จะมีความเสี่ยง ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจทั้งของบริษัทและบริษัทย่อย โดยติดตามผลการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจสอบภายในให้มีการดำเนินการอย่างถูกต้องและต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทในเครือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากที่สุด

4. ทบทวนระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยประชุมร่วมกับผู้บริหารสายงานบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายใน

5. สอบทานรายการระหว่างกันของบริษัทกับบริษัทย่อย รวมทั้งรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกรรมนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขทางธุรกิจปกติ สมเหตุสมผล และประโยขน์สูงสุดของบริษัท พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ โปร่งใส ไม่มีรายการที่กระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

6. ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายในตลอดจนพิจารณาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้ตรวจสอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายใน รวมทั้งค่าตอบแทนในการสอบบัญชีและการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้ความเห็นชอบในการเสนอรายชื่อผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติแต่งตั้งสำหรับปี 2563

ในการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ในปี 2563 คณะกรรมการตรวจสอบได้ทบทวนและพิจารณาการดำเนินงานของบริษัท โดยพิจารณาร่วมกับผู้บริหารที่รับผิดชอบ ผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีภายนอก โดยรวมคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมและเพียงพอ รวมถึงมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ และนโยบายของบริษัท รวมทั้งงบการเงินของบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปเชื่อถือได้ โดยได้นำระบบการบริหารความเสี่ยงและกระบวนการตรวจสอบมาพิจารณาด้วยแล้ว