ความเป็นมา

บมจ.ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด

บริษัท ไทยชูการ์เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2519 โดยกลุ่มนักอุตสาหกรรมน้ำตาลประกอบด้วยโรงงานน้ำตาล จำนวน 9 โรงงาน เป็นผู้เริ่มก่อตั้งโดยใช้ชื่อว่าบริษัท เดอะไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล คอปอเรชั่น จำกัด มีเป้าหมายเพื่อใช้คลังสินค้าและท่าเทียบเรือบนพื้นที่ประมาณ 93 ไร่ และต่อมาซื้อที่ดินเพิ่มเติมและสามารถขยายพื้นที่ถึงปัจจุบันออกไปเป็น 154 ไร่ 3 งาน 50 ตร.วา เพื่อใช้เป็นที่เก็บพักรอสินค้าน้ำตาล เพื่อเตรียมขนถ่ายขึ้นเรือเดินสมุทรและวางแผนให้คลังสินค้าติดแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของโรงงานน้ำตาลของกลุ่มสมาชิก ซึ่งประกอบด้วย


โกดังเก็บสินค้าจำนวน 32 หลัง ท่าเทียบเรือจำนวน 3 ท่า ต่อมาในปี 2520 ได้ก่อตั้งบริษัท ไทยชูการ์คลังสินค้า จำกัด และ บริษัท ไทยชูการ์ขนส่ง จำกัด ปี 2521 ก่อตั้งบริษัท ไทยชูการ์ ไซโลแวร์เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และเมื่อมีลูกค้าโรงงานนอกกลุ่มสมาชิกเพิ่มมากขึ้น

ในปี 2526 จึงได้ก่อตั้ง บริษัท ชูการ์ไซโลคลังสินค้า จำกัด และปี 2530 ก่อตั้ง บริษัท ที เอส คลังสินค้า จำกัด จึงก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจคลัง สินค้า โดยสร้างคลังเก็บน้ำตาลทรายดิบเทกอง เพื่อรองรับธุรกิจขนถ่ายน้ำตาลเป็นหลัก บริษัท เดอะ ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล คอปอเรชั่น จำกัด ได้รับอนุญาตเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2533 และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ในปี 2537 ใช้ชื่อใหม่ว่า “ บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ”ทะเบียนเลขที่ 0107537001692 มาจนถึงปัจจุบัน

ในปี 2530 บริษัท ที เอส คลังสินค้า จำกัด ( บริษัทย่อย ) จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น หุ้นสามัญจำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100.- บาท เรียกชำระแล้วหุ้นละ 25.- บาท เป็นเงิน 12,500,000 บาท บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 62.60 ของทุนจดทะเบียนดำเนินธุรกิจคลังสินค้า โดยรับฝากสินค้าประเภทน้ำตาลทรายดิบแบบเทกองและน้ำตาล ทรายขาวชนิดบรรจุกระสอบ เพื่อรอการขนถ่ายขึ้นเรือเดินสมุทร ซึ่ง บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด ( มหาชน ) ถือหุ้นร้อยละ 62.60 และมี กรรมการถือหุ้นร้อยละ 22.15 เนื่องจากต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกลุ่มงานส่งเสริมกิจการคลังสินค้าไซโล และห้องเย็นกองส่งเสริมและพัฒนา ระบบตลาด กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดให้กรรมการบริษัทต้องถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของทุนจดทะเบียน

ในปี 2544 บริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยชูการ์คลังสินค้า จำกัด บริษัท ไทยชูการ์ ไซโลแวร์เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ชูการ์ ไซโลคลังสินค้า จำกัด ได้คืนใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้าให้แก่สำนักพัฒนาธุรกิจคลังสินค้าและห้องเย็นกระทรวงพาณิชย์ เหลือเพียงบริษัท ที เอส คลังสินค้า จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจคลังสินค้าเพียงแห่งเดียว ทั้งนี้เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานด้านเอกสารลงและบริษัท ย่อยดังกล่าวได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเพื่อดำดำเนินธุรกิจต่างๆที่มีความหลากหลายขึ้นดังนี้

ในปี 2548 บริษัท ไทยชูการ์ ไซโล แวร์เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ที เอส จี แอสเซ็ท มีทุนจดทะเบียน 50 ล้าน บาท เรียกชำระค่าหุ้นเต็มมูลค่าจดทะเบียนประกอบธุรกิจให้เช่าห้องพักอาศัยโดยมี บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 79.78 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจให้เช่าห้องพักอาศัยโดยมีอาคารที่พักอาศัยขนาดความสูง 9 ชั้น มีห้องพักจำนวน 262 ห้อง ตั้งอยู่ซอยเอราวัณสิ่งทอ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ในปี 2558 มีผู้เช่าอยู่ร้อยละ 94.07 ของห้องพักทั้งหมดและในปี 2552 ได้ก่อสร้าง อาคารให้เช่าพักอาศัยเพิ่มอีก 1 หลัง มีห้องพักประมาณ 45 ห้อง ตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัทในซอยสยามไซโล ถนนปู่เจ้าสมิงพราย อ. พระประแดง จ.สมุทรปราการ เริ่มดำเนินการให้เข้่าห้องพักอาศัยได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2552 ในปี 2558 มีผู้เช่าอยู่ร้อยละ 97.22 ของห้องพักทั้งหมด




ในปี 2549 บริษัท ไทยชูการ์คลังสินค้า จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาทเพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานผลิต แป้งสาลีและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2550 และจดทะเบียนเพิ่มทุนอีกจำนวน 200 ล้านบาทเป็น 400 ล้านบาท โดยมีบริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด ( มหาชน ) ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 98.82

  • รูปภาพภายในบริเวณบริษัท



ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 จด ทะเบียนลดทุนลงเหลือ 200 ล้านบาท เพื่อดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมีบริษัท ไทยชูการ์เืทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 98.82 ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2553 ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยใช้ชื่อว่า “ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)” (TMILL) และเปลี่ยนมูลค่าหุ้นจากเดิมหุ้นละ 100 บาท(หนึ่งร้อยบาท) เป็นหุ้นละ 1 บาท(หนึ่งบาท)

ต่อมาในปี 2555 เพิ่มทุนจดทะเบียน อีกจำนวน 85 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 200 ล้านบาท เป็นทุนจด่จำนวน 285 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 85 ล้านหุ้น ่ มูลค่าหุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นสามัญใหม่ให้แก่นักลงทุนทั่วไปในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และได้รับการ ่ อนุมัติเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 โดยมีบริษัทไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด ( มหาชน ) ถือหุ้น ่ ในปัจจุบันร้อยละ 69.35

ในปี 2550 บริษัท ไทยชูการ์ขนส่ง จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ที เอส ขนส่งและโลจิสติกส์ จำกัด (บริษัทย่อย) และจดทะเบียนเพิ่ม ทุนจากเดิมจำนวน 5 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาทโดยมีบริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 77.44 ประกอบธุรกิจรับขนส่ง สินค้าแป้งสาลี โดยมีลูกค้าบริษัทในเครือใช้บริการได้แก่ บริษัท ที เอส ฟลาว์มิลล์ จำกัด

ต่อมาในปี 2551 บริษัท ที เอส ขนส่งและโลจิสติกส์ จำกัด ได้เช่าคลังสินค้าจาก บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)เพื่อปรับปรุงและติดตั้งเครื่องจักรเป็นโรงงานผลิตกระสอบพลาสติกบรรจุ ภัณฑ์เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งสาลีและจำหน่ายใ้แก่ลูกค้าภายนอกที่ใช้บรรจุพืชผลทางการเกษตรปุ๋ยและอื่นๆโดยเริ่มดำเนิน การผลิตและจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2551 ในปี 2552 เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 30 ล้านบาทเพื่อติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมเป็นทุนจดทะเบียน ในปัจจุบันจำนวน 80 ล้านบาทโดยบริษัทถือหุ้นอยู่ ร้อยละ 85.90

ในปี 2552 บริษัท ชูการ์ไซโลคลังสินค้า จำกัด จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อ บริษัทเป็น บริษัท ที เอส อุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด (บริษัทย่อย) และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 170 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนปัจจุบันจำนวน 200 ล้านบาท โดยบริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด ( มหาชน ) ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 94.31 เพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภค ต่อมาในปี 2555 จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 600 ล้าน บาท ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 97.48

ในปี 2555 บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)(บริษัทย่อย)ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ ( ก.ล.ต. ) ให้ทำการซื้อขายหุ้นสามัญ ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 85 ล้านหุ้นจำหน่ายให้แก่ ประชาชนทั่วไปทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในบริษัทย่อยลดลงจากร้อยละ 98.82เหลือร้อยละ69.34หรือคิดเป็นอัตราลดลง(Dilution Effect) เท่ากับร้อยละ 29.82

พัฒนาการของไทยชูการ์ฯ

  • ปี 2519 ก่อตั้ง บริษัท เดอะไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล คอปอเรชั่น จำกัด ประกอบธุรกิจท่าเรือและคลังสินค้าบนพื้นที่ 93 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาซื้อที่ดินเพิ่มเติมรวมเป็น 153 ไร่ 1 งาน 13.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นพื้นที่เก็บพักรอสินค้าน้ำตาลเพื่อเตรียมขนถ่ายขึ้นเรือเดินสมุทร โดยเป็นคลังสินค้าที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งออกน้ำตาลของโรงงานน้ำตาลของกลุ่มสมาชิกและผู้ส่งออกน้ำตาล
    ปี 2533 ได้รับอนุญาตเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2533
    ปี 2537 จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)

     

  • ปี 2556 ก่อสร้างโกดังเก็บสินค้าเพิ่มจำนวน 2 หลัง เนื้อที่รวม 12,237 ตารางเมตร
    ปี 2557 ก่อสร้างโกดังเก็บสินค้าเพิ่มจำนวน 1 หลัง เนื้อที่รวม 2,800 ตารางเมตร

    ปี 2558

    1.ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ 7 ชั้น 1 อาคารและเพิ่มโกดังเก็บสินค้า 1 หลัง เนื้อที่รวม 2,660 ตารางเมตร
    2.ดำเนินการโครงการมหาวงษ์วิลล่า เพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชย์ จำนวน 25 ยูนิต และทาวน์เฮาส์ จำนวน 77 ยูนิต
    3.ยกเลิกการทำธุรกิจรับฝากกากน้ำตาล(โมลาส) ซึ่งทางผู้บริหารมีความเห็นว่าปัจจุบันมีการติดต่อจากลูกค้าเพื่อขอรับฝากกากน้ำตาลลดลง
    4.เปลี่ยนแปลงจำนวนและมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้ (Par Value) ของบริษัทจากเดิมมูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1.00 บาท จำนวน 145,199,967 หุ้น เป็นมูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท จำนวน 290,399,934 หุ้น โดยหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 145,199,929 หุ้น เป็นจำนวน 290,399,858 หุ้น

    ปี 2559

    1.บริษัทฯ ลดทุนจดทะเบียนจากเดิมจำนวน 145,199,967 บาทเป็น 145,199,929 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 290,399,858 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผลจำนวน 29,039,986 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 145,199,929 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 174,239,915 บาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 58,079,972 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยหลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนแล้ว บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 174,239,915 บาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญ จำนวน 348,479,830 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
    2.การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 เพื่อจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 34,847,965 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ในอัตราส่วน 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาจองซื้อ 1 บาทต่อหุ้น และที่ประชุมฯ มีมติลดทุนจดทะเบียนจากเดิม 174,239,915 บาท เป็น 174,239,822.50 บาท และอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทเพื่อซื้อที่ดินจาก บริษัท แพนสินทรัพย์ จำกัด เพื่อให้บริษัท ได้นำมาทำประโยชน์ในโครงการต่างๆ ทั้งโครงการท่าเทียบเรือตู้คอนเนอร์และการรับฝากสินค้า โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบกำหนดวัตถุประสงค์ในการ ใช้เงินทุนจาก 174,239,822.50 บาทเป็น 191,663,805 บาท และบริษัทฯได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วจาก 174,239,822.50 บาท เป็น 191,663,590.50 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2559 โดยมีรายละเอียด ของทุนจดเบียนของบริษัทฯ ดังนี้
    3.ทุนจดทะเบียน 191,663,805 บาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็นเงิน 191,663,590.50 บาท

  • ปี 2560

    1.ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากสมาคมกรรมการบริษัทไทยในระดับดีมาก (Corporate Governance Score Very Good) เกรด 4 ดาว
    2.แต่งตั้งนายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2561 พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    3.แต่งตั้งนายพัลลภ เหมะทักษิณ ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2561 พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการผู้จัดการ

    ปี 2561

    1.ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากสมาคมกรรมการบริษัทไทยในระดับดีมาก (Corporate Governance Score Very Good) เกรด 4 ดาว
    2.บริษัทใช้สิทธิแปลงสภาพ TMILL-W1 ครั้งสุดท้าย ในเดือนตุลาคม 2561 จำนวน 37,349,120 หน่วย ในราคาหน่วยละ 2.00 บาท รวมเป็นเงิน 74,698,240 บาท ปัจจุบันถือหุ้นทั้งหมด 274,508,840 หุ้น คิดเป็น ร้อยละ 68.86
    3.จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท โดยจ่ายให้ผู้ถือหุ้นวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 จำนวน 383,327,181 หุ้น เป็นเงิน 22,999,630.86 บาท
    4.ได้รับมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 จาก AMC Service Company Limited

    ปี 2562

    1.ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากสมาคมกรรมการบริษัทไทยในระดับดีมาก (Corporate Governance Score Very Good) เกรด 4 ดาว
    2.ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ อาทิ ลงทุนรถบรรทุกกระสอบ จำนวน 10 คัน รถบรรทุกน้ำตาลทรายเทกอง 2 คัน รถตัก 2 คัน รถโฟล์ทลิฟท์ จำนวน 14 คัน ปรับปรุงระบบขนถ่ายน้ำตาลทรายดิบระหว่างไซโล ปรับปรุงระบบพ่นน้ำตาลทรายดิบ สายพาน และสถานีเทท้ายท
    3.พัฒนาระบบบริหารจัดการท่าเรือและคลังสินค้า ผ่านระบบ IT
    4.พัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ
    5.จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยจ่ายให้ผู้ถือหุ้นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 จำนวน 383,327,181 หุ้น เป็นเงิน 38,332,718.10 บาท

    ปี 2563

    1.ปรับปรุงคลังสินค้าเพื่อทำเป็นโรงงานให้เช่าครบวงจร ให้บริการทั้งในส่วนของการบริการท่าเรือ การขนถ่ายสินค้าและคลังสินค
    2.ได้
    รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากสมาคมกรรมการบริษัทไทยในระดับดีเลิศ (Corporate Governance Score Excellent) เกรด 5 ดาว และเป็นหนึ่งในบริษัท Top Quartile ของหุ้นที่มี Market Capital 1,000 – 2,999 ล้านบาท

     

ภาพวิดีทัศน์ของไทยชูการ์ฯ